[เข้ามาไม่เห็นอะไรดำๆ แดงๆ และโลโก้บาเยิร์นมิวนิค ขอแนะนำให้กด F5ค่ะ]

 

*Attention Please*

Axis Powers Hetalia เป็นการ์ตูนที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงซึ่งตัวละครจะมีต้นแบบมาจากประเทศ ต่างๆ ซึ่งเรื่องราว ชื่อและตัวละครที่ปรากฏในเอนทรี่นี้ เป็นเพียงเรื่องดัดแปลง ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล องค์กร สถานที่ หรือเหตุการณ์ใดๆที่มีอยู่จริง ผู้ที่ค่อนข้างอ่อนไหวหรือรับไม่ได้ในเรื่องนี้ กรุณาพิจารณามุมมองของท่านอีกครั้ง หากคิดว่าท่านอาจจะรับไม่ได้ ขอแนะนำให้เลือกอ่านเอ็นทรี่อื่นที่น่าสนใจซึ่งแนะนำไว้ทางด้านขวา หรือจะเลือกเข้าบล็อคอื่นที่มีความน่าสนใจมากกว่าก็ได้ค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น  Axis Powers Hetalia ไม่ใช่การ์ตูนวายแต่อย่างใด ข้อความทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเอ็นทรี่นี้ เกิดจากจินตนาการของจขบ.แต่เพียงผู้เดียว

 

 

 

อะนะ

 

บอกแล้วว่าตอนทีึ่่สอง(ตอนจบ) จะมาในวันเกิดจขบ. ดังนั้น  ไม่นานเกินรอค่ะ เอิ้กๆ

จริงๆจะรวมเป็นตอนเดียวเหมือนที่ลงใน all-final ก็ได้ แต่คิดว่าจากสภาพหน้าบล็อคตอนนี้อ่านยาวๆ ไม่สะดวกเท่าไหร่

 

หวังว่าตอนที่ 2 นี้คงจะสร้างความบันเทิงให้ทุกคนได้เป็นอย่างดี :D

 

 *************************

 

[APH] -  Touch my hand. [2]

Pair : PrussiaxGermany(!?!?!??!)
Rate :  ตอนนี้มันก็ยังเป็นPGมั้ง
Warning : โปรดระวัง ฟิคนี้พลังY+C (Cross สลับเพศนั้นแล...)

 

 

ดวงตาสีทับทิมดูงดงามรับกับเรือนผมสีเงินที่เคยมีแววร่าเริงอยู่เสมอนั้น บัดนี้แฝงความกังวลและไม่มั่นใจ เมื่อร่างเล็กตรงหน้าแต่งตัวเสียเต็มยศไม่ผิดอะไรกับที่เจ้าตัวเคยแต่งเมื่อวันก่อน ลุดวิกยืนกรานว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรวันนี้เขาก็ต้องไปทำงานให้ได้

ผมขาดงานมาเดือนนึงแล้วนะครับพี่ ถ้ายังมัวนั่งๆนอนๆอยู่กับบ้านแล้วงานของผมจะเป็นยังไงครับ

แล้วนายจะไปยังไงเวสต์ ชั้นหมายถึง นายในสภาพนี้น่ะ

ผมคุยกับเจ้านายผมไว้แล้วครับ ท่านว่าจะให้ผมไปราชการแทนในฐานะน้องสาวของตัวผมเอง

กิลเบิร์ตอ้าปากค้าง

น้องสาวของตัวนายเองเนี่ยนะ!? จะเป็นไปได้ไง เขารู้กันทั่วว่านายมีแต่ชั้นไม่ใช่เหรอ

ท่านถึงเรียก น้องสาวของลุดวิก ไปช่วยราชการแทนไงครับ

แต่นายจะไปไม่ได้นะเวสต์! หัวเด็ดตีนขาดยังไงชั้นก็ไม่ให้นายไป

กิลเบิร์ตเริ่มจะดื้อเอาแต่ไม่ยอมท่าเดียว ลุดวิกได้แต่ถอนหายใจพลางนึกหาวิธีอธิบายที่ดีที่สุดเพื่อที่กิลเบิร์ตจะได้ปล่อยเขาไปเสียที เข้าใจหรอกว่าเป็นห่วง แต่เขาเป็นห่วงงานที่ยังคั่งค้างกองเท่าเทือกเขาบาวาเรียนแอลป์นั่นมากกว่า

พี่ครับ

ว่าไงอีก กิลเบิร์ตพูด น้ำเสียงติดจะงอน แต่ก็หันมามองหน้าเขา

งานของผม สำคัญกับประเทศนี้มากนะครับ

ลุดวิกว่า น้ำเสียงอ่อนลง แต่ในนัยน์ตาสีฟ้าสดใสนั้นมีแววแห่งความแน่วแน่และภาคภูมิใจแฝงอยู่

ถ้าผมไม่ได้ทำงาน แม้เพียงวันเดียว มันก็อาจจะส่งผลกระทบต่อประเทศนี้ อาจจะส่งผลเสียหายร้ายแรงจนอาจทำให้ประเทศนี้ล่มสลายไปก็ได้ ซึ่งผมทนให้เกิดเรื่องแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ มีคนมากมายที่ต้องเดือดร้อย มีคนมากมายที่ต้องโศกเศร้า มีคนมากมายที่อาจต้องพลัดพรากจากครอบครัวหากประเทศนี้ล่มสลายไป ถ้าเป็นพี่ พี่จะทนให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้หรือครับ

ร่างสูงตรงหน้าหลุบตาลง  คนตัวเล็กจึงก้าวเข้าไปยืนตรงหน้า

ครั้งหนึ่งพี่เคยบอกว่าผมน่ะเป็นจักรพรรดิ  หากเป็นอย่างนั้น จักรพรรดิก็ต้องทำเพื่อปวงชนไม่ใช่เหรอครับ

กิลเบิร์ตเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกใจ พอดีกับที่เจ้าของดวงตาสีฟ้าตรงหน้าก็เงยขึ้นมาสบเช่นกัน

นายยังจำเรื่องนั้นได้อีกเหรอ

ร่างบางตรงหน้ายิ้มกว้าง ซ้อนทับกับภาพในห้วงความทรงจำของกิลเบิร์ต เด็กชายผู้มีประพิมพ์ประพายเหมือนกับคนตรงหน้าก็เคยยิ้มให้เขาแบบนี้เช่นกัน แม้มันจะเป็นเรื่องที่ผ่านมานับร้อยๆปีแล้วก็ตาม

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พี่เคยสอนในสมัยก่อนหรือว่าตอนนี้ ผมไม่ลืมหรอกครับ

คราวนี้คนเป็นพี่ได้แต่ถอนหายใจบ้าง

นายนี่ เจ๋งจริงๆ  แต่ก็เจ๋งไม่เท่าชั้นหรอกนะ

งั้น.....

นายจะไปทำงานก็ได้ แต่ต้องดูแลตัวเองดีๆนะ

โดยไม่ทันให้ลุดวิกตั้งตัว กิลเบิร์ตก็ดึงคนตรงหน้าเข้ามากอด

ไม่ว่ายังไงชั้นก็เป็นห่วงนายนะเวสต์ เป็นห่วงจริงๆ

ไม่ว่าจะเพราะการพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเป็นการออดอ้อนนั่น หรือจะเป็นเพราะอยู่ดีๆก็ถูกดึงตัวเข้าไปกอดแบบนั้นก็ทำให้ลุดวิกได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่ในอ้อมกอดของคนตรงหน้า มือเล็กพยายามผลักกิลเบิร์ตออกไปแต่ไม่เป็นผล ดังนั้นหลังจากที่รวบรวมสติควานหาเสียงตัวเองอยู่พักหนึ่งคนตัวเล็กเลยได้แต่พูดออกมาตะกุกตะกัก

อะ เอ่อ ถะ ถ้าเราจะไปทำงานกัน มะ ไม่รีบออกไปจะสายนะ

ได้ยินดังนั้นกิลเบิร์ตจึงปล่อยคนตัวเล็กออกจากอ้อมแขนพลางถอยออกไปหัวเราะแก้เก้อ ปล่อยให้คนถูกกอดแอบยืนหัวใจระส่ำอยู่คนเดียว

 

กิลเบิร์ตไม่ได้ทำตัวว่าห่วงอย่างปากพูดจริงๆ เขาไปส่งลุดวิกถึงที่ทำงานแม้ลุดวิกจะยืนกรานว่าเขาไปเองได้  ก่อนจะผละไปกิลเบิร์ตยังแอบกำชับคนตัวเล็กไม่ให้เผลอพูดคำว่าผม กับ ครับ ต่อหน้าสาธารณชน ลุดวิกพยักหน้าเร็วๆสองสามครั้งก่อนวิ่งขึ้นตึกไป ร่างโปร่งยังยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผละไปทำงานของเขาบ้าง

 

 

******************************

เวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ ข่าวลือที่ว่า น้องสาวของคุณลุดวิกถูกเรียกเข้ามาช่วยราชการแทนคุณลุดวิกที่พักงานไม่มีกำหนด ก็แพร่กระจายไปยังหน่วยงานต่างๆ จนทั่ว  ทำให้มีแต่คนว่างงานแวะเวียนเข้ามาแถวหน่วยงานที่ลุดวิกสังกัดอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าตัวได้แต่นึกปลงอยู่ในใจ  โชคยังดีที่การทำงานร่วมกับลูกน้องเก่าๆของเขานั้นก็ราบรื่นดีไม่มีปัญหาอะไร ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขาออกตัวไว้ก่อนแล้วว่าตัวเองเฮี้ยบไม่แพ้พี่ชาย(หลอกๆ)ของตัวเองเหมือนกัน

วันนี้ก็เหมือนกัน เป็นครั้งที่สามในรอบสัปดาห์ที่มีนายทหารหนุ่มแปลกหน้ามาขอชวนไปทานมื้อกลางวันข้างนอก ลุดวิกได้แต่ยิ้มๆและตอบปฏิเสธ  เขามีคนที่จะไปกินข้าวด้วยอยู่แล้ว

ลุยเซ่ ไปกินข้าวกัน

กิลเบิร์ตกระโดดพรวดเข้ามาในออฟฟิศของเขาอย่างที่ทำเป็นประจำมาตั้งแต่วันแรกที่กลับมาทำงาน โดยคนตัวเล็กก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมกิลเบิร์ตถึงเข้ามาตรงเวลาพักเที่ยงทุกวัน ทว่าในวันนี้ร่างสูงกลับเหลือบไปเห็นคนที่นอนกองอยู่กับพื้นเสียก่อน

วะ-- เอ้อ ลุยเซ่ นี่ใครน่ะ

อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกพี่ เค้ามาชวนทานกลางวันน่ะ

ลุดวิกตอบ ทำท่าไม่ใส่ใจพลางเก็บเอกสารไว้ในลิ้นชัก แต่กิลเบิร์ตได้ยินคำตอบที่ไม่ใส่ใจอะไรนั้นก็แทบทำตาเหลือก

ว่าไงนะ! กล้ามากไปแล้ว

คนตัวสูงปราดเข้าใส่ผู้ชายที่ตนทำประตูกระแทกใส่สลบไปนั้นอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ชะงักไปเสียก่อนเมื่อคนตัวเล็กปรามมาเสียงเขียว

หยุดเลยนะพี่ เดี๋ยวก็เป็นปัญหาระหว่างกองทัพหรอก!”

ลุดวิกบอก  ก่อนจะพาตัวเองเดินออกมาจากหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาชะโงกหน้าบอกเลขาหน้าห้องให้มาเก็บชายหนุ่มที่นอนสลบไม่รู้เรื่องออกไป พลางลากกิลเบิร์ตที่ยังทำท่าไม่สบอารมณ์ออกมาจากห้อง  ระหว่างทางก็รับคำทักทายจากบรรดาทหารหลายต่อหลายนาย จนคนที่เดินตามมารู้สึกทึ่ง

โห มาทำงานแค่ไม่กี่อาทิตย์ มีคนรู้จักขนาดนี้แล้วเหรอ

ก็เพราะข่าวลือนั่นแหละ ลุดวิกว่าพลางทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง ใครๆก็อยากจะเห็นหน้าน้องสาวของคุณลุดวิกจอมเฮี้ยบ ใครๆก็อยากจะรู้ว่าคุณลุยเซ่นิสัยเหมือนคุณลุดวิกหรือเปล่า คุณลุยเซ่อย่างโน้น คุณลุดวิกอย่างนี้ ใช่ว่าชั้นอยากจะเป็นแบบนี้เมื่อไหร่กัน

จากที่ทำหน้าทึ่งๆ ตอนนี้หน้าของกิลเบิร์ตมีรอยยิ้มบางๆแถมมาอีกอย่าง

นอกจากจะคุณลุยเซ่อย่างโน้นอย่างนี้  ชั้นว่านิสัยนายนี่ทำท่าจะเหมือนผู้หญิงไปทุกทีแล้วด้วยสิ

พี่ว่าไงนะ

ลุดวิกหันมาทำหน้าบูดใส่

เปล่าๆ ว่าแต่นายจะไปไหนเนี่ย จะไปกินข้าวไม่ใช่เหรอ

อือ วันนี้ว่าจะกินที่โรงอาหารแทน งานเยอะน่ะ ออกไปข้างนอกเดี๋ยวทำงานไม่ทัน

ระวังนะ โหมงานมากไปเดี๋ยวจะล้มไปอีก ตอนนี้ไม่มี น้องสาวหรือน้องชายของคุณลุยเซ่ แล้วนะ

กิลเบิร์ตพูดด้วยความเป็นห่วงพลางลูบหัวคนตัวเล็กที่เดินนำหน้า  หารู้ไม่ว่าการกระทำนั่นทำให้ลุดวิกแอบหัวใจเต้นผิดจังหวะอีกแล้วสิ

 

เสียงทักทาย สวัสดีครับ คุณลุยเซ่ อันเป็นชื่อใหม่จำเป็นของน้องสาวของคุณลุดวิกยังคงดังเป็นระยะๆตามทางที่ทั้งสองมุ่งไปยังโรงอาหาร  แม้ที่นี่จะเป็นร้านสวัสดิการ แต่คนภายนอกอย่างกิลเบิร์ตก็สามารถเข้ามานั่งรับประทานได้เช่นกัน  ดูเหมือนว่าทั้งสองจะเดินมาช้าไปเสียหน่อย ที่นั่งทั้งหมดจึงถูกจับจองไปเกือบเต็ม กิลเบิร์ตจึงให้ลุดวิกไปหาที่นั่งก่อน ส่วนตัวเขาจะเดินไปซื้ออาหาร โดยที่ไม่ลืมให้คนตัวเล็กฝากสั่งอาหารของตนเองด้วย

ไม่คิดว่ากลับมาจะเจอเรื่องไม่สบอารมณ์เลยแฮะ

กิลเบิร์ตคิดอย่างไม่สบอารมณ์ดังว่า เมื่อถือถาดอาหารกลับมาก็พบว่าที่นั่งว่างซึ่งควรจะเป็นของเขา กลับเป็นของนายทหารหนุ่มนายหนึ่ง รวมถึงที่ยืนล้อมหน้าล้อมหลังอีกสามสี่คนนั่นด้วย

ร่างสูงเริ่มมีอารมณ์เดือด ทำท่าจะเดินมาหา แต่คนตัวเล็กผู้นั่งอยู่กลางกลุ่มสังเกตุเห็นเขาเสียก่อน พลางจ้องตาเขม็งเป็นนัยว่าอย่าเพิ่งเข้ามายุ่ง กิลเบิร์ตจึงได้แต่เดินเข้าไปใกล้ๆพอให้ได้ยินเสียงสนทนา พลางจ้องแผ่นหลังของนายทหารที่นั่งอยู่ตาไม่กระพริบ

คุณลุยเซ่ คุณคงไม่รู้จักผม แต่ผมสนิทกับพี่ชายของคุณมากทีเดียว

คนตัวเล็กแอบกรอกตาขึ้นฟ้า ฉันไปรู้จักแกตั้งแต่เมื่อไหร่

ลุดวิกเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะมาก ชั้นไม่รู้หรอกว่าพี่ไปรู้จักกับใครตอนไหนเมื่อไหร่ มันไม่ใช่เรื่องของชั้น

แหม แต่ผมอยากรู้จักคุณนี่ครับ ไม่อ้อมค้อม ไม่เยิ่นเย้อ หากยิงเข้าเป้าโดยไม่ให้ตั้งตัว

คุณก็รู้จักชื่อชั้นแล้วนี่ ลุยเซ่ ไวล์ชมิดท์ เป็นน้องสาวของลุดวิก ไวล์ชมิดท์ ตอนนี้กำลังช่วยราชการแทนในตำแหน่งของพี่ชาย คุณพูดเองนี่

คุณลุยเซ่เป็นคนที่มีอารมณ์ขันดีนะครับ  ฮ่าฮ่าฮ่า  นายทหารหนุ่มหัวเราะ ทำให้อีกสามสี่คนที่ยืนอยู่หัวเราะขึ้นตามไปด้วย

เธอคงหมายความว่าให้แกแนะนำตัวก่อนน่ะสิเอ็ดการ์ หนึ่งในนั้นกล่าวตอบมา นายทหารเอ็ดการ์เลยสะดุ้ง หันมาทำท่าขอโทษขอโพย

โอ้ พี่ผมเสียมารยาทกับคุณผู้หญิงคนงามไปแล้วหรือนี่ ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ผมร้อยโทฟรานซ์ เอ็ดการ์ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณลุยเซ่ ไวล์ชมิดท์

ขอบคุณที่ไม่ละเลยมารยาท ลุดวิกยิ้มเหยียด คุณมีธุระอะไรกับฉัน

ร้อยโทเอ็ดการ์ยิ้มมุมปากอย่างที่ตนคิดว่าน่ามอง แต่ในสายตาของลุดวิกกลับดูโอ้อวดหลงตนเสียนี่กระไร

ผมเสียใจจริงๆนะครับที่ได้เสียมารยาทกับคุณผู้หญิงไป ถ้าอย่างนั้นผมจะขอให้คุณไปทานอาหารค่ำกับผมเพื่อเป็นการขอโทษ ไม่ทราบว่าคุณจะรังเกียจไหม

อ๋อ นั่นฉันก็ไม่ได้รังเกียจหรอก ลุดวิกยิ้มเย็น ส่งสายตาเป็นความหมายไปยังด้านหลังของนายร้อยเอ็ดการ์ แต่ว่าฉัน...

มีคนจะไปด้วยแล้วเฟ้ย!!!!!”

กิลเบิร์ตโผล่พรวดเข้ามากลางวงพลางวาง ถาดอาหารลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเกือบเป็นกระแทกด้วยจงใจต้องการให้กระเด็นใส่ ร้อยโทหนุ่มที่ไม่ระวังตัว ท่ามกลางความตื่นตะลึงของนายทหารทั้งห้าคนในที่นั้น

เฮ้ย แกเป็นใครเนี่ย  พรรคพวกของนายร้อยโทเอ็ดการ์ทั้งโกรธทั้งตกใจทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ แต่นัยน์ตาสีทับทิมของคนตรงหน้าที่บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธปรายตาไปมองอย่างเอาเรื่องทำให้พวกเขาชะงักกึก

ร้อยตรีรูเบนส์  ร้อยโทชูมานน์  ร้อยโทคอนราร์ด ร้อยเอกอาร์เลอร์ ร่างสูงขานชื่อนายทหารทั้งสี่ ก่อนปรายตาไปที่คนสุดท้าย  แววตาเต็มไปด้วยโทสะอย่างไม่คิดจะปิดบัง และคุณ ร้อยโทเอ็ดการ์   ชั้นขอสั่งห้ามไม่ให้พวกนายเข้ามายุ่งกับร้อยเอกลุยเซ่ที่นั่งอยู่ตรงนี้อีก เข้าใจไหม

คุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาสั่งผม ร้อยเอกอาร์เลอร์ซึ่งเป็นผู้มียศสูงสุดขึ้นเสียงถามด้วยน้ำเสียงโกรธขึ้งเช่นกัน กิลเบิร์ตที่จ้องตานายร้อยโทเอ็ดการ์จึงหันมาประจันหน้าเป็นผลให้นายทหารทั้งสี่กลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อเห็นดาวและแถบบนไหล่

ชั้น กิลเบิร์ต ไวล์ชมิดท์ ถึงจะอยู่คนละหน่วยงานกับพวกนาย แต่ชั้นเองมีศักดิ์เป็นพี่ชายของร้อยเอกลุยเซ่ที่นั่งอยู่ตรงนี้ รวมถึงลุดวิกที่อาจเป็นเจ้านายของนายตามสายงาน ร่างสูงยิ้มเย็นเยียบ ชั้นอาจไม่มีอำนาจสั่งการพวกนายโดยตรง แต่ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูลุดวิก หรือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขาล่ะ ว่าไง

พูดเท่านี้นายทหารทั้งห้าก็หุบปากเงียบ พากันเดินถอยทัพออกไป ยกเว้นร้อยโทเอ็ดการ์ที่ยังมองลุดวิกตาละห้อย แต่เมื่อกิลเบิร์ตเริ่มแผ่รังสีอำมหิตอีกครั้งนายร้อยโทดวงซวยจึงรีบจ้ำหนี ออกไปพร้อมๆกับการสลายตัวของเหล่าทหารที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ

ร่างสูงนั่งลงแทนที่นายทหารหนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์  ลุดวิกดึงถาดอาหารของตัวเองมาพลางเอ่ยปากขอบคุณ

ขอบคุณนะกิลเบิร์ต ถ้าไม่มีพี่ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง

ถ้าหูไม่ฝาด ลุดวิกมั่นใจว่าตัวเองได้ยินเสียง เฮอะ ดังลอดออกมาแทนคำตอบ แต่เข้าใจว่าเป็นเพราะกิลเบิร์ตยังอารมณ์ขุ่นอยู่ จึงทำให้วันนี้ต่างคนต่างนั่งกินข้าวอย่างเงียบๆ

เงียบเกินไปจนลุดวิกรู้สึกแปลกใจอย่างมากทีเดียว

 

หลังจากเหตุการณ์ที่โรงอาหารแล้วกิลเบิร์ตไม่พูดอะไรกับลุดวิกเลยตลอดทางที่มาส่งเขาที่ห้องทำงาน นอกจากก่อนที่เขาจะกลับไปทำงานที่สั่งคนตัวเล็กไว้ว่า เลิกงานรอที่นี่ จะมารับ

เป็นประโยคสั่งความที่สั้นจนน่ากลัวเลยทีเดียวสำหรับผู้ชายที่เคยมีชีวิตโดยการพูดอย่างน้ำไหลไฟดับคนนั้น

 

***********************************

 

ไม่ใช่แค่ลุดวิกที่สังเกต สองวันมานี้กิลเบิร์ตนิ่งเงียบจนแม้แต่เอลิซาบีธาที่แวะมาเยี่ยมยังจับได้ถึงความผิดปกตินี้

นี่ ลุดวิก นายกับกิลเบิร์ตทะเลาะกันรึเปล่าเนี่ย

ลุดวิกซึ่งบัดนี้ตัวเล็กกว่าเอลิซาบีธาเกือบยี่สิบเซนติเมตรเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวพลางสั่นศีรษะปฏิเสธอย่างงุนงง ก็ไม่นี่

แล้วทำไมหมอนั่นถึงเงียบได้ขนาดนั้นล่ะ เวลาปกติแม้แต่ตอนนอนยังละเมอว่าตัวเองเจ๋งอยู่เลย

สาวฮังกาเรี่ยนพูดถูก อย่างน้อยๆเธอกับพี่ชายของเขาต่างฝ่ายต่างก็รู้จักกันมาร่วมๆพันปี หากจะไม่ให้รู้สึกตงิดใจก็ดูจะแปลกไปหน่อย

คิดอย่างนั้นร่างเล็กก็แอบรู้สึกอิจฉาในใจ ข้อที่ว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด เอลิซาบีธาดูจะรู้ใจพี่ชายของเขาไปเสียทุกอย่าง มากกว่าเขาที่อยู่กับพี่ตลอดมาทั้งชีวิตเหลือเกิน

พูดก็พูดเถอะ ถึงจะดูสนิทกันขนาดนั้น แต่ก็มีบางครั้งที่เขาไม่เข้าใจในการกระทำหลายๆอย่างของกิลเบิร์ตเลยสักนิด

ไม่เข้าใจว่าอยู่ๆกิลเบิร์ตจะเข้ามานัวเนียกับเขา ลูบหัวเขา กอดเขาทำไม ในเมื่อตัวเองก็ไม่ใช่อิตาลีเสียหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบอาการแบบนี้หรอกนะ กลับกัน มันทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเสียด้วยซ้ำ

ไม่เข้าใจว่าอยู่ๆกิลเบิร์ตจะมาทำตัวเย็นชาใส่เขาทำไม ทั้งที่ปกติเป็นคนยิ้มแย้ม ร่าเริงอยู่เสมอแท้ๆ ไม่รู้หรือไงว่ามันทำให้รู้สึก...น้อยใจ... มากขนาดไหน

แล้วก็ไม่เข้าใจเลยว่า ตัวเองจะมารู้สึกน้อยใจกิลเบิร์ตเพราะอะไรกัน  ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

เพราะว่ากิลเบิร์ตไม่คุยด้วย เพราะว่ากิลเบิร์ตทำตัวเย็นชาใส่ เพราะว่ากิลเบิร์ตไม่ยิ้มให้ ไม่มากอด ไม่มาลูบหัว ไม่มาใส่ใจกับเขาเหมือนเคย อย่างนั้นหรือ?

คิดเช่นนี้แล้วคนตัวเล็กก็รู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

ลุดวิก นี่ นาย....เป็นอะไรไปน่ะ?

เสียงของเอลิซาบีธาเหมือนเป็นสิ่งเรียกสติของลุดวิกกลับมา  ร่างบางหันกลับไปตามเสียงเรียก เมื่อเอลิซาบีธาเห็นหน้าของอีกฝ่ายชัดๆก็มีทีท่าตกใจ

ลุดวิก นี่นายร้องไห้?

เอ๊ะ?

เหมือนคนตรงหน้าเหมือนไม่รู้ตัว ปล่อยให้ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างมีน้ำตาเอ่อคลออยู่เต็ม กระทั่งอลิซบีธาทักจึ้น ลุดวิกถึงเอาหลังมือปาดน้ำตาออกไป

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่น่ะ  สมัยเด็กๆตานั่นแกล้งนายขนาดไหนชั้นก็ยังไม่เคยเห็นนายร้องไห้เลยสักครั้ง   

เอลิซาบีธาจับไหล่ของคนตรงหน้าไว้แน่นก่อนตั้งคำถามคาดคั้น

ระหว่างนายสองคนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้นะ

ไม่มีอะไรทั้งนั้นล่ะ ชั้นกับพี่ไม่ได้แม้แต่จะเถียงกันสักคำด้วยซ้ำ

จะไม่มีอะไรได้ยังไง ก็นายน่ะ

สำหรับชั้นน่ะไม่มีจริง ๆ ถ้าคนที่มีน่ะเธอควรไปถามพี่จะถูกกว่า  ชั้นก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมเขาไม่พูดอะไรกับชั้นเลยแบบนี้

ลุดวิกตะเบ็งเสียงใส่เอลิซาบีธาอย่างหมดความอดทนก่อนจะทรุดลงไปนั่งบนเก้าอี้ รู้สึกขอบตาร้อนขึ้นมาอีกรอบ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยน้ำตาก็ไหลร่วงลงมาทีละหยด  จนกระทั่งไหลลงอาบแก้มอย่างเงียบๆ หญิงสาวเห็นดังนั้นก็ปล่อยมือออกและไม่พูดอะไรอีก ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งจมอยู่กับความคิดของตนเองเพียงลำพัง

 

นายทำอะไรของนายน่ะ กิลเบิร์ต

เอลิซาบีธายืนเท้าสะเอวขวางประตูห้องเอาไว้ เมื่อเห็นว่ากิลเบิร์ตทำท่าไม่ใส่ใจจึงเดินตรงเข้าไปดึงรีโมตทีวีที่เจ้าตัวใช้เปลี่ยนช่องไปมาทุกห้านาทีนั่นออกมาเสีย

เอาคืนมานะยัยบ้า

ร่างสูงส่งเสียงประท้วง แต่สาวฮังกาเรี่ยนก็ไม่คืนให้ง่ายๆ เอลิซาบีธากดปุ่มปิดโทรทัศน์ก่อนจะหันมาจ้องหน้ากิลเบิร์ต

นายกับลุดวิกทะเลาะกันเรื่องอะไร?

กิลเบิร์ตเสมองไปทางอื่นเมื่อเอลิซาบีธาจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง

มะ ไม่ได้ทะเลาะอะไรสักหน่อย

ไม่ได้ทะเลาะกันแน่เหรอกิลเบิร์ต ชั้นเห็นว่านายกำลังทำเหมือนหลบหน้าน้องนายอยู่นะ

เธอว่าไงนะยัยบ้า กิลเบิร์ตลุกพรวดขึ้น ชั้นที่สุดเจ๋งเนี่ยนะจะหลบหน้าน้องตัวเอง จะทำไปทำไมเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า

นายแน่ใจนะกิลเบิร์ต

แน่ใจสิ ชั้นน่ะเจ๋งอยู่แล้ว

งั้นนายคงไม่รู้ว่าไอ้ที่นายทำแล้วเจ๋งเนี่ย มันทำให้ลุดวิกเสียใจขนาดไหน

ใช่สิ เอ๊ะ เธอว่าไงนะ  กิลเบิร์ตหันขวับมาจ้องหน้าแม่สาวฮังกาเรียน

นายกำลังทำให้น้องนายเสียใจ

เอลิซาบีธาเน้นทุกคำช้าๆ จ้องตาของร่างสูงตรงหน้าเขม็ง

ชั้นไม่รู้ว่านายกับลุดวิกมีเรื่องอะไรกันหรอกนะ

....

แต่ชั้นไม่เคยเห็นเด็กคนนั้นร้องไห้ แม้กระทั่งตอนที่กำลังทุกข์ใจ แม้กระทั่งจะป่วยด้วยโรคอะไรก็ไม่รู้อย่างตอนนี้ ซึ่งเหตุผลแค่นี้ชั้นว่าลุดวิกเองก็มีเรื่องทุกข์ใจมากมายพออยู่แล้ว

......

ยิ่งให้คิดว่านายเป็นต้นเหตุให้เด็กคนนั้นร้องไห้  ชั้นยิ่งคิดไม่ถึงยิ่งกว่าเรื่องอะไรในโลกนี้แล้วล่ะกิลเบิร์ต ขอตัว!”

เอลิซาบีธาเดินลงส้นจากกิลเบิร์ตมาอีกคนหนึ่ง ใจหนึ่งคิดว่าควรจะเข้าไปดูลุดวิกเสียหน่อย อีกใจหนึ่งก็คิดว่าควรจะให้ทั้งสองคนไปเคลียร์กันให้เรียบร้อยเสียดีกว่า

คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินออกจากบ้านของสองพี่น้องไป

 

กิลเบิร์ตยังคงยืนนิ่ง ลำคอแห้งผากอยู่อย่างนั้น

มันก็จริงอยู่ที่เข้าไม่ได้พูดอะไรกับลุดวิกมากนัก เพราะมีเรื่องอื่นที่ต้องคิดมากกว่า

แต่เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าการที่เขาไม่ได้เข้าใกล้ ไม่ได้ไปคลุกคลีเหมือนเมื่อก่อน จะทำให้ลุดวิกรู้สึกไม่สบายใจ

ไม่ใช่ว่าเขาเองไม่อยากเข้าไปกอดแบบที่เคยทำหรอกนะ ไม่อยากว่าไม่อยากเข้าใกล้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดคุย ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ทำแล้วมีความสุขทั้งนั้น เพียงแต่เขาไม่กล้า

เพราะหากเข้าใกล้อีกครั้ง อาจจะรักษาระยะห่างไว้ไม่ได้อีกเลย

ก็ถ้าเกิดลุดวิกรับไม่ได้กับเรื่องที่เขาอยากจะบอกออกไป แล้วหมอนั่นจะทำยังไง

ร่างสูงเต็มไปด้วยความรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก กิลเบิร์ตถอนหายใจ ตัดสินใจก้าวยาวๆเข้าไปในครัวเพื่อหาน้ำดื่ม ระหว่างนั้นก็แอบชายตาไปทางห้องทำงานของลุดวิก แต่ร่างสูงก็เดินผ่านมันไปอย่างเงียบๆด้วยยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้า

หากเมื่อสาวเท้าเข้าไปในครัว กิลเบิร์ตก็จะดุ้งโหยงเมื่อลุดวิกที่ยังนั่งอยู่ข้างในนั้นหันหน้ามาพบเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างบางบนเก้าอี้สะดุ้ง พอๆกับที่ตัวเขาก็ผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง  แต่สิ่งที่ทำให้กิลเบิร์ตตกใจยิ่งกว่า คือขอบตาที่ยังดูแดง เห็นได้ชัดว่าอลิเซบีธาไม่ได้อำเขาเล่น ลุดวิกเห็นท่าทางของกิลเบิร์ตก็เข้าใจว่าร่างสูงคงไม่อยากพบหน้า จึงลุกขึ้นเดินสวนร่างสูงออกไป

นายจะไปไหนน่ะเวสต์

ไวเท่าความคิด กิลเบิร์ตยื่นมือไปคว้าแขนร่างบางให้หยุด นั่นทำให้ลุดวิกยืนนิ่ง ก่อนจะพยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุมเบาๆ

กิลเบิร์ต พี่ไม่อยากเห็นหน้าผมไม่ใช่เหรอ

ไม่ใช่นะเวสต์

ปล่อยเถอะพี่ ผมไม่มีอะไรจะคุยหรอก

แต่ชั้นมี

ร่างสูงขึ้นเสียง ออกแรงดึงคนตัวเล็กกลับเข้ามานั่งในครัว  ลุดวิกทำท่าฮึดฮัดเมื่อกิลเบิร์ตกดไหล่ให้นั่งลงกับเก้าอี้

ปล่อยนะ!”

ชั้นไม่ปล่อย! เวสต์ ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นจะต้องคุยกับนาย ดังนั้นชั้นจะปล่อยนายไปไหนไม่ได้ เข้าใจมั้ย ชั้นจะไม่ปล่อยนายไปไหนอีกแล้ว!”

ชั้นจะไม่มีวันปล่อยนายให้คลาดสายตาไปไหน ชั้นสัญญา

นายเป็นอะไรไปเวสต์ แค่ชั้นมีเรื่องจะพูดด้วย นายก็ไม่อยากจะฟังแล้วเหรอ

ทั้งๆที่ชั้นมีเรื่องอยากจะพูดให้นายฟังตลอดไปเลยแท้ๆ

พี่ยังมีอะไรที่อยากจะพูดกับผมอีกงั้นเหรอครับ?”

ลุดวิกเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า แววตานั้นทำให้กิลเบิร์ตอดเจ็บปวดในใจไม่ได้ 

นี่ชั้นทำให้เจ้านี่รู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้เลยหรือ

พี่ไม่ใส่ใจผม เมินผม ไม่แม้แต่จะพูดกับผมว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา  แล้วพี่ยังมีอะไรจะพูดกับผมอีกงั้นเหรอ

ใช่ ชั้นมี

ต้องพูดให้ชัดเจนไปเสียที

ชั้นขอโทษ

ชั้นไม่อยากเห็นนายเสียใจอีก

ร่างสูงรวบตัวคนตัวเล็กมากอดอย่างรวดเร็วทำให้ลุดวิกเสียหลักเกือบตกเก้าอี้ แต่นั่นไม่ทำให้กิลเบิร์ตเปลี่ยนความตั้งใจในเรื่องที่พูด

เวสต์  ชั้นขอโทษจริงๆในเรื่องที่ทำ  นายจะยกโทษให้ฉันได้ไหม

น้ำเสียงหนักแน่นของคนตรงหน้าทำให้ใจอ่อนยวบ ทิฐิมานะที่มีมาตลอดสองวันโบยบินหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น เป็นผลให้ในที่สุดร่างเล็กก็ตัดสินใจยกมือกอดตอบเบาๆ

อือ

ขอบใจนะ

กิลเบิร์ตว่าก่อนจะเปลี่ยนจากเอาคางเกยไหล่บางมาเป็นการกระซิบเบาๆข้างหู

ขอบใจมากนะเวสต์ ชั้นรักนาย

ลุดวิกขมวดคิ้วนิดๆ นี่คือการอ้อนให้ผมยกโทษเรื่องที่เหลือเหรอ ?

ไม่ใช่นะ

กิลเบิร์ตกลับมาจ้องหน้าลุดวิก

ชั้นตัดสินใจแล้ว ไม่ว่ายังไงชั้นก็จะบอกเรื่องนี้กับนาย

ชั้นรักนาย เวสต์  ไม่ใช่รักแบบที่เราเคยพูดกันเสมอ แต่ชั้นรักนายแบบนี้..

พูดไม่ทันขาดคำ  ริมฝีปากอุ่นก็ประทับลงมาบนปากเล็กที่เจ้าของกำลังตกอยู่ในความตื่นตะลึง  เป็นจุมพิตที่ทำให้คนในอ้อมกอดแทบละลาย โชคยังดีที่ร่างเล็กยังนั่งติดเก้าอี้ตั้งแต่แรก กิลเบิร์ตยังไม่ยอมปล่อยง่ายๆจนกระทั่งคนในอ้อมกอดส่งเสียงประท้วง ร่างสูงถึงยอมถอนจุมพิตอย่างอ้อยอิ่ง  แม้ว่าต่างคนต่างก็หน้าแดงพอๆกัน แต่ร่างสูงยังเลียริมฝีปากนิดๆเป็นการยั่วเย้า

เวสต์ ปากนายนี่หวานจริงๆ

ลุดวิกหลุดจากอาการตื่นตะลึง ดวงตาสีฟ้าสดเบิกกว้าง ส่วนใบหน้านั้นร้อนผ่าว กับรสสัมผัสที่ยังคงติดค้างอยู่ที่ริมฝีปากนั้นก็ทำให้หัวใจเต้นระส่ำจนแทบ หลุดกระเด็นออกมา

ทะ ทำอะไรน่ะพี่!”

ทันทีที่ควานหาเส้นเสียงของตัวเองเจอ ร่างบางก็ขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้าทันที

ขอโทษนะเวสต์  ชั้นกลัว ว่าถ้าชั้นไม่บอกนาย ชั้นอาจจะต้องเสียนายไป

หมายความว่ายังไง

ชั้นกลัว กลัวว่าวันนึงนายจะเปลี่ยนไปเป็นคนที่ชั้นไม่รู้จัก  ชั้นกลัวว่านายจะไม่ได้อยู่เคียงข้างชั้น มือใหญ่ยกขึ้นมาปัดผมที่ปรกหน้า ก่อนที่จะเปลี่ยนมาประคองใบหน้านั้นไว้ ที่ชั้นไม่เข้าใกล้นาย ทำเหมือนว่าไม่ใส่ใจนาย เพราะตอนนั้นชั้นรู้สึก..หึง

ลุดวิกเบิกตากว้าง จริงเหรอ

อือ ชั้นกลัวว่าถ้าอยู่ใกล้นาย มันจะทำให้ชั้นอดใจไม่ไหว แล้วนายอาจจะรับไม่ได้ก็ได้ ใช่มั้ยล่ะ นี่ชั้นไม่เคยไม่รู้สึกไม่มั่นใจอย่างนี้มาก่อนเลย คนอย่างชั้นเนี่ย เจ๋งใช่มั้ยล่ะ

กิลเบิร์ตว่ายิ้มๆ  เลยได้รอยยิ้มบูดๆของคนตัวเล็กตรงหน้าเป็นการตอบแทน

ไม่เห็นเจ๋งตรงไหน

อื้อ ก็ได้ ชั้นพลาดไปที่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของนาย ชั้นทำให้นายต้องเสียใจ

คนตัวสูงกว่าก้มตัวลงเพื่อจะได้มองหน้าคนตัวเล็กบนเก้าอี้ได้ถนัดๆ

แต่ถ้าเพราะชั้นทำอย่างนี้นายถึงรู้สึกเสียใจ แสดงว่านายกับชั้น เราใจตรงกันสินะ?

ลุดวิกรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาอีกรอบ ไม่บอกก็รู้ว่ามันคงจะแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุกอยู่แน่ๆ กิลเบิร์ตเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มกว้าง

ที่ไม่ตอบก็แปลว่าใช่สินะ

คนตัวเล็กก้มหน้างุด

ใช่ก็ได้

ด้วยความอดใจไม่ไหว ทำให้กิลเบิร์ตจุมพิตร่างบางตรงหน้าอีกครั้ง แต่คราวนี้คนตัวเล็กยอมรับอย่างเต็มใจ

เหมือนชั้นฉวยโอกาสเลยเนอะ

ร่างสูงพูดขึ้นเมื่อสายตาทั้งสองกลับมาจ้องกันอีกครั้ง

ยังไงเหรอ

ก็ บอกนายตอนที่นายเป็นอย่างนี้ไง

มะ ไม่เกี่ยวสักหน่อย

.....?”

ถึงผมจะไม่ได้เป็นแบบนี้ ยังไงสักวันนึงพี่ก็ต้องบอกผม ไม่ว่าวันนั้นผมจะเป็นยังไงก็ตาม

กิลเบิร์ตยิ้ม เขายิ้มทั้งหน้าและตา

ก็ชั้นรักนายนี่นะ

อื้อ

กิลเบิร์ตลุกขึ้น พลางดึงมือลุดวิกให้ลุกยืน ร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้จนสายตาสองคู่อยู่ในระดับเดียวกัน

ชั้นรักนาย  ไม่ว่าจะอีกกี่ร้อยปีถัดไป ไม่ว่านายจะเปลี่ยนไปขนาดไหน และไม่ว่าชั้นจะอยู่หรือตาย ชั้นก็จะรักนายตลอดไป

เจ้าของนัยน์ตาสีทับทิมโน้มเข้ามาใกล้จนกระทั่งริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกันอีกครั้ง  จุมพิตครั้งที่สามอันแสนนุ่มนวลกระตุ้นให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนมารองที่ท้ายทอย อีกข้างโอบกอดเอาไว้ที่ลำตัว  เป็นช่วงเวลาอันเนิ่นนานจนแทบลืมหายใจ  สุดท้ายร่างบางดึงตัวเองออกมา ก่อนกล่าวตอบด้วยใจความที่ไม่ต่างกัน

กิลเบิร์ต ชั้นก็รักนายนะ พี่ชายของฉัน

ลุดวิกยืดตัวขึ้นไปเป็นฝ่ายจูบตอบบ้าง โดยไม่รู้สึกตัวว่ามือเล็กทั้งสองที่โอบกอดร่างสูงตรงหน้านี้ไว้กำลังมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลง

นายจะเคยเป็นอะไรกับฉันไม่สำคัญ อยู่ที่ว่าตอนนี้ฉันรักนาย เท่านั้นก็พอแล้ว

แล้วก็ขอบคุณนะ ที่ให้โอกาสชั้นได้พูดคำนี้

เสียงนั้นทำให้กิลเบิร์ตลืมตาขึ้นอย่างตื่นตะลึง  เสียงที่ห่างหายจากความวุ่นวายของบ้านนี้ไปเกือบสองเดือน

เวสต์!”

นัยน์ตาสีทับทิมลืมกว้าง จ้องคนตรงหน้าอย่างตกใจ  จากคนตัวเล็กเมื่อครู่ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยชายหนุ่มร่างสูงที่ดูคุ้นตา นัยน์ตาสีฟ้าสดที่ยังต้องก้มลงมองกลับเป็นฝ่ายทอดลงมามองอีกฝ่ายบ้าง รวมถึงปอยผมสีทองที่เคยยาวระหูบัดนี้กลับกลายเป็นผมรองทรงสั้นระหน้าผากอย่างที่เคยเป็น

ดูเหมือนจะกลับมาแล้วล่ะนะ

กิลเบิร์ตยังคงไม่หายตกใจ

อย่าลืมสัญญาล่ะ

สะ สัญญา?

ดูเหมือนคนตรงหน้ายังปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้   คิ้วสีทองจึงขมวดมุ่น  คราวนี้ลุดวิกที่กลับเป็นคนที่ตัวใหญ่กว่าจึงได้ทีเป็นฝ่ายแกล้งบ้าง  ร่างสูงใหญ่รวบเอากิลเบิร์ตที่ยังคงยืนนิ่งเข้าสู่อ้อมกอดก่อนประทับรอยจูบอย่างหวงแหน

 

ไม่ว่านายจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ชั้นก็จะรักนายตลอดไป

 

 

 

-END-

 

*************************

 

เป็นฟิคเรื่องแรกที่เขียนจบเลยนะเนี่ย รู้สึกดีใจจริงๆ

แต่ก็พอรู้ว่าหลุดคาร์ฯกระจาย  โดยเฉพาะกิลโมโหหึงกับรูทร้องไห้เนี่ย เขียนไปได้ไงกันหนอข้าพเจ้า

โอ๊ย กิลโมโหหึงกับรูทร้องไห้
ถึงมันจะหลุดคาร์ฯกระจายแต่ทำไมในใจมันรู้สึกโมเอ้ได้มากมายขนาดนี้ =[]="

 

จริงๆแรงบันดาลใจแรกที่อยากเขียนก็เพราะคิดว่า "ถ้าลุดวิกป่วยจะเป็นยังไงกันนะ"  แท้ๆเลย

แต่เขียนรวดเดียวจบภายในสิบวันนี่ก็ทึ่งตัวเองมากๆ เพราะไม่คิดว่าจะพยายามเขียนอะไรติดต่อกันได้ยาวนานขนาดนี้มาก่อน

 

อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานของนักแต่งหน้าใหม่คนนี้ และขอน้อมรับความผิดพลาดทุกสิ่งไว้อย่างเต็มใจค่ะ :D

 

ปอลอ. ชื่อฟิค ลอกมาด้านๆจากเพลง Touch my hand - David Archuleta  ฮา ของเข้าดีจริงๆหนิ 

ปอลิง. สืบเนื่องจากเมื่อวาน ตอนนี้อัพอวาต้าร์ใหม่ได้แล้ว

 

สงสัยเป็นที่ระบบแฮะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตามอ่านตอนที่หนึ่งกับตอนที่สองจนจบแล้ว เฮ~~
แฮปปี้เอนด์ดิ้งเชียว หวานมากกกค่ะ >[]< เหมือนไม่ค่อยไปอ่านอะไรแนวนี้ซักเท่าไหร่ช่วงนี้
พอมาอ่านแล้วแล้ว โอ้~~ ละลาย
ทั้งY ทั้ง C (ฮา)

#1 By มกจัง on 2009-10-04 20:53

บร๊ะ... สองคนนี้แบบ... ไม่เกรงใจคนอ่านเลย!!!
อ๋าย >///< ชอบอ่า
ฉันไม่ค่อยได้จิ้นคู่นี้เท่าไร (ไม่ค่อยรู้เรื่องปรัสเซีย)
แต่อ่านแล้ว ชอบมากๆ ...กิล ลุดดดดดดดดดดดด

ได้ยินเพลงประจำบล็อคแล้วสะดุ้ง... มาแก้ข่าว ไม่ได้เป็นแฟนชไวนี่ค่ะ ...ไม่ใช่จริงๆ...นะ

ปล.บล็อคสวยจังฮะ

#2 By ~SirNeer~ on 2009-10-05 01:12